วิธีเลือกหม้อทอดไร้น้ำมัน ให้คุ้มและเหมาะกับอาหารที่กิน

วิธีเลือกหม้อทอดไร้น้ำมัน ให้คุ้มและเหมาะกับอาหารที่กิน

คะแนนสินค้า0
คะแนนสินค้า0

หม้อทอดไร้น้ำมันกลายเป็นเครื่องครัวที่หลายบ้านอยากได้ เพราะใช้ปากแค่ช้อนเดียวทอดได้ทั้งมันฝรั่ง ไก่ และปลา แต่พอไปยืนเลือกในห้างหรือเลื่อนดูในแอปกลับเจอคำถามเดิม ๆ ที่ตอบยากว่า ควรซื้อขนาดไหนดี วัตต์เท่าไรถึงจะพอ ราคาถูกกับแพงต่างกันตรงไหน และรุ่นที่ว่าดีจริง ๆ มันอร่อยเหมือนทอดน้ำมันไหม คำตอบสั้น ๆ คือ “ขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณกินเป็นประจำ” ไม่ใช่ราคา บทความนี้จะพาแกะทีละจุดให้เลือกซื้อได้แบบไม่เสียดายเงิน

หลักการทำงานของหม้อทอดไร้น้ำมัน เข้าใจก่อนเลือก

หม้อทอดไร้น้ำมันไม่ได้ “ทอด” จริง ๆ แต่ใช้ลมร้อนอุณหภูมิสูงพัดวนรอบอาหารด้วยพัดลม ภายในมีขดลวดทำความร้อนและพัดลมเป่าลมร้อนให้หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ความร้อนนี้ทำให้ผิวนอกของอาหารแห้งกรอบและเกิดการเปลี่ยนสีน้ำตาลคล้ายทอดน้ำมัน โดยใช้มากในรูปแบบของน้ำมันที่มีอยู่ในอาหารเองหรือเคลือบผิวเพียงเล็กน้อย

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ไว้คือ อาหารที่ต้องท่วมน้ำมันถึงจะได้ผลลัพธ์แบบเดิม ๆ เช่น ปาท่องโก๋ กล้วยแขก หรือของชุบแป้งเปียก จะได้ผลไม่เหมือนทอดน้ำมัน 100% เพราะไม่มีน้ำมันท่วม ส่วนอาหารที่เหมาะคือของที่มีน้ำมันในตัวหรือเคลือบผิวบาง ๆ เช่น ปีกไก่ หมูสามชั้น เฟรนช์ฟราย มันฝรั่ง และผักต่าง ๆ

เลือกขนาดความจุให้ตรงกับจำนวนคนในบ้าน

ขนาดความจุคือจุดที่คนพลาดมากที่สุด เล็กล้วมใช้ยาก ใหญ่เกินไปก็กินไฟและกินพื้นที่เคาน์เตอร์ หลักคร่าว ๆ มีดังนี้

  • 1-2 ลิตร: เหมาะกับคนเดียวหรือสองคน ทำอาหารครั้งละไม่เกิน 1 จาน
  • 3-4 ลิตร: เหมาะกับครอบครัว 2-3 คน ทำได้ทั้งไก่และผักพร้อมกันพอดี
  • 5-6 ลิตร: เหมาะกับครอบครัว 4-5 คน หรือคนที่ทำอาหารหลายเมนูต่อมื้อ
  • 8 ลิตรขึ้นไป มักเป็นแบบทรงตู้อบ (oven-style): เหมาะกับบ้านที่ทำอาหารทีละเยอะ ๆ แต่จะกินพื้นที่มาก

จุดที่ต้องระวังคือความจุที่โฆษณากับความจุใช้จริงคนละตัว บางรุ่นบอก 5 ลิตรแต่เป็นความจุของตัวเครื่องรวม ไม่ใช่ตะกร้าจริงที่ใส่อาหารได้ ให้ดูที่ขนาดตะกร้าจริงมากกว่า ถ้าไม่แน่ใจให้วัดเทียบกับจานที่ใช้ปกติในบ้าน เพราะถ้าตะกร้าเล็กกว่าจาน จะจัดวางอาหารได้ทีละนิดและต้องทำหลายรอบ

วัตต์และอุณหภูมิ มีผลกับความเร็วและความกรอบ

วัตต์ยิ่งสูง ความร้อนถึงอุณหภูมิเป้าหมายเร็วขึ้นและอาหารกรอบเร็วขึ้น หม้อทอดไร้น้ำมันทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,800 วัตต์ ถ้าต่ำกว่า 1,000 วัตต์มักเป็นรุ่นเล็กและทำอาหารได้ช้า ส่วนอุณหภูมิควรปรับได้อย่างน้อยในช่วง 80-200 องศาเซลเซียส รุ่นที่ปรับได้ละเอียดจะยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะงานอบขนมที่ต้องคุมอุณหภูมิต่ำ

เรื่องไฟที่ใช้ กินไฟไม่เท่าไรเมื่อเทียบกับเตาอบ เพราะทำอาหารเร็วและใช้เวลาสั้น แต่รุ่นวัตต์สูงที่ใช้เวลนาน ๆ ก็กินไฟมากกว่าอยู่ดี ถ้าบ้านมีหลายเครื่องใช้ไฟพร้อมกันให้คำนึงถึงปลั๊กและสายไฟด้วย

วัสดุและสารเคลือบ ต้องดูให้ดี

สารเคลือบกันติดในตะกร้าและถาดมีสองแบบหลัก เซรามิก (ceramic) กับแบบ PTFE หรือที่รู้จักในชื่อทีฟลอน ทั้งคู่ปลอดภัยถ้าใช้ถูกวิธี ห้ามขูดด้วยของมีคมหรือล้างด้วยฝอยขัดที่หยาบ เพราะจะทำให้สารเคลือบหลุดเป็นรอย ถ้าสารเคลือบเริ่มหลุดเป็นแผ่นหรือเห็นเนื้อโลหะ ให้เปลี่ยนตะกร้าใหม่

อีกข้อที่ควรเช็กคือชิ้นส่วนล้างได้ในเครื่องล้างจานไหม ถ้าคุณซื้อของจำพวกนี้บ่อย การมีตะกร้าและถาดที่ล้างในเครื่องล้างจานได้จะประหยัดเวลาไปเยอะ แต่ทั้งนี้ให้ยึดตามที่คู่มือระบุ เพราะบางรุ่นล้างได้เฉพาะตะกร้า ส่วนตัวเครื่องห้ามจุ่มน้ำเด็ดขาด

ระบบควบคุม ความจุ และของแถม

ปุ่มหมุน (อนาล็อก) กับระบบดิจิทัล

แบบปุ่มหมุนปรับลมและเวลา ใช้ง่าย ทนกว่า แต่ตั้งอุณหภูมิแม่นน้อยกว่าและมักไม่มีโปรแกรมสำเร็จรูป ส่วนแบบดิจิทัลมีจอแสดงผล ตั้งอุณหภูมิและเวลาละเอียดกว่า และมีโปรแกรมตั้งต้น เช่น ไก่ ผัก เบเกอรี ถ้าถนัดทำอาหารจริงจัง แบบดิจิทัลจะคุ้มกว่า ส่วนคนที่อยากได้แค่ทอดง่าย ๆ แบบหมุนก็เพียงพอ

ของที่ควรมีมาด้วย

  • ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อดึงตะกร้าออก หรือเมื่อครบเวลา
  • ตัวเครื่องมีที่จับไม่ร้อนและมีไฟตัดเมื่อตัวร้อนเกิน
  • ตะกร้าแบ่งชั้นหรือถาดรองเพื่อทำอาหารได้พร้อมกัน
  • คู่มือภาษาไทยหรืออย่างน้อยภาษาอังกฤษที่อ่านรู้เรื่อง
  • สเปรย์น้ำมันแบบฉีดพ่น ถ้าอยากได้ความกรอบสม่ำเสมอโดยไม่ใช้น้ำมันเยอะ

ตารางเทียบขนาดที่เหมาะกับอาหารแต่ละแบบ

อาหารที่ทำบ่อยความจุที่แนะนำวัตต์ที่เพียงพอ
มันฝรั่ง เฟรนช์ฟราย จานเดียว2-3 ลิตร1,000-1,400 วัตต์
ปีกไก่ 4-6 ชิ้น3-4 ลิตร1,200-1,500 วัตต์
ไก่ทั้งตัวเล็ก หรือหมูชิ้นใหญ่5-6 ลิตร1,400-1,800 วัตต์
อบขนม เค้ก มัฟฟิน4-6 ลิตร (ต้องการการคุมอุณหภูมิแม่น)1,400-1,800 วัตต์
ทำอาหารหลายเมนูต่อมื้อ6-8 ลิตร (ทรงตู้อบ)1,500-1,800 วัตต์

ช่วงราคาในตลาด ควรตั้งงบไว้เท่าไร

ราคาเป็นตัวสะท้อนคุณภาพวัสดุและสารเคลือบมากกว่าความสามารถ แต่โดยคร่าวก็แบ่งได้ประมาณนี้ รุ่นเล็กช่วงต้นหลักร้อยถึงพันต้น ๆ เหมาะกับคนเดียวและงานเบา รุ่นกลางระดับสองพันถึงสี่พันบาทคือช่วงที่คุ้มที่สุดสำหรับครอบครัวเล็ก เพราะได้ความจุ 3-4 ลิตรและสารเคลือบที่ทนกว่า ส่วนรุ่นใหญ่และทรงตู้อบมักเริ่มห้าพันบาทขึ้นไป ถ้าซื้อถูกมากผิดปกติให้ตรวจชื่อรุ่นบนเว็บผู้ผลิตว่ามีจริงไหม เพราะรุ่นลอกแบบก็มีอยู่

อย่าลืมเผื่องบสำหรับอุปกรณ์เสริม เช่น กระดาษรองทอดหรือตะแกรงซิลิโคน ซึ่งช่วยลดการล้างและยืดอายุสารเคลือบได้ดี ของพวกนี้ราคาไม่สูงและหาซื้อได้ง่ายในหมวด ของใช้ในบ้าน ลองดูได้

คำถามที่พบบ่อย

หม้อทอดไร้น้ำมันกินไฟมากไหม

ปกติกินไฟไม่มากเพราะใช้เวลาทำอาหารสั้น แต่รุ่นวัตต์สูงที่ใช้เวลานานจะกินไฟกว่าอยู่ดี เทียบกับเตาอบที่ต้องอุ่นเครื่องก่อน หม้อทอดไร้น้ำมันมักประหยัดกว่า

ซื้อขนาดไหนดี ถ้าอยู่คนเดียว

อยู่คนเดียวแนะนำ 2-3 ลิตรก็พอ ถ้าซื้อใหญ่เกินจะกินไฟ กินพื้นที่ และทำอาหารได้ผลลัพธ์ไม่ดีเมื่อของน้อย เพราะความร้อนกระจายไม่ทั่ว

อาหารอร่อยเหมือนทอดน้ำมันไหม

ของที่มีน้ำมันในตัวเช่นไก่และหมูจะอร่อยใกล้เคียงมาก แต่ของชุบแป้งเปียกที่ต้องท่วมน้ำมันจะได้ผลต่างกว่า ให้เลือกทำอาหารที่เหมาะกับเครื่องจะพอใจกว่า

สารเคลือบแบบเซรามิกหรือทีฟลอนดีกว่ากัน

ทั้งคู่ปลอดภัยถ้าใช้ถูกวิธี เซรามิกทนรอยขีดข่วนได้ดีกว่าเล็กน้อย ส่วนทีฟลอนกันติดได้เนียนกว่า ทั้งสองแบบต้องหลีกเลี่ยงของมีคมและฝอยขัดหยาบ ห้ามให้สารเคลือบหลุด

ล้างทำความสะอาดอย่างไรให้ถูกวิธี

ปล่อยให้เย็นก่อนเสมอ แล้วถอดตะกร้ากับถาดมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานและฟองน้ำนุ่ม ส่วนตัวเครื่องให้เช็ดด้วยผ้าหมาดและรอให้แห้งสนิทก่อนเก็บ อย่าใช้ผ้าเปียกหมาดเช็ดส่วนที่ต่อไฟฟ้าเด็ดขาด

สรุป

การเลือกหม้อทอดไร้น้ำมันให้คุ้ม ไม่ควรเริ่มจากราคา แต่ให้เริ่มจากสามคำถามสำคัญคือ บ้านมีกี่คน (กำหนดความจุ) กินอาหารแบบไหนบ่อย (กำหนดความเหมาะสมกับเมนู) และอยากควบคุมอุณหภูมิละเอียดแค่ไหน (กำหนดแบบของปุ่มและงบ) พอตอบสามข้อนี้ได้แล้ว ที่เหลือคือเลือกวัสดุสารเคลือบที่ทนทานและมีระบบตัดไฟอัตโนมัติก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในบ้านทั่วไป

ของดีพลัส
เรายินดีฟังความคิดเห็นของคุณ

แสดงความคิดเห็น

ของดีพลัส
Logo
รายการเปรียบเทียบ
  • Total (0)
เปรียบเทียบ
0