วิธีสังเกตแฟลชไดรฟ์-การ์ดความจุปลอม ก่อนโดนหลอก

วิธีสังเกตแฟลชไดรฟ์-การ์ดความจุปลอม ก่อนโดนหลอก

คะแนนสินค้า0
คะแนนสินค้า0

เรื่องแฟลชไดรฟ์หรือการ์ดหน่วยความจำความจุปลอมเป็นปัญหาที่คนไทยเจอบ่อยมาก เพราะมันซื้อขายกันง่าย ราคาถูกกว่าปกติมาก และกว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกก็ต่อเมื่อไฟล์สำคัญหายไปหรือก๊อบไฟล์แล้วเปิดไม่ได้ การ์ดปลอมจะรายงานความจุสูงลวงตา เช่นสีข้างกระเป๋าบอก 128GB แต่ของจริงอาจเก็บได้แค่ 8GB เมื่อเขียนไฟล์จนเกินพิกัด ข้อมูลรอบเก่าจะถูกเขียนทับ ทำให้ไฟล์ก่อนหน้าเสียหายแบบเงียบ ๆ บทความนี้จะบอกวิธีสังเกตและวิธีเทสด้วยโปรแกรมฟรีที่เชื่อถือได้ ก่อนที่คุณจะเสียทั้งเงินและข้อมูล

แฟลชไดรฟ์ปลอมทำงานยังไง ทำไมดูเหมือนใช้ได้

กลโกงหลักคือการแก้ “ข้อมูลเฟิร์มแวร์” ของชิปหน่วยความจำให้รายงานความจุสูงกว่าที่มีจริง ระบบปฏิบัติการ (Windows หรือมือถือ) จะเชื่อตัวเลขนี้และแสดงความจุปลอมออกมา ตอนแรกที่เขียนไฟล์จำนวนไม่มาก ทุกอย่างดูเหมือนปกติ เพราะยังไม่เกินความจุจริง แต่พอเขียนจนเกินพิกัด การ์ดจะเริ่มเขียนทับไฟล์เก่าหรือเขียนไม่สำเร็จ ไฟล์ที่หายไปจะไม่ขึ้นแจ้งเตือนทันที แต่จะเปิดไม่เจอในภายหลัง

สัญญาณที่ควรระวังมีอยู่หลายอย่าง เช่น ราคาถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันในห้าง สีข้างกระเป๋าไม่ตรงกับตัวเครื่องหรือไม่มีโลโก้ผู้ผลิต ขนาดความจุที่ให้มาสูงเกินจริงในราคาขนาดนั้น หรือยี่ห้อที่ฟังดูไม่คุ้นและหาในเว็บผู้ผลิตไม่เจอ

สัญญาณเตือนที่เจอได้บ่อยที่สุด

  • ราคาต่ำกว่ารุ่นเดียวกันในห้าประมาณครึ่ง ๆ ขึ้นไป เช่น 128GB ขาย 80 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนชิปจริง
  • อ่านไฟล์ได้ปกติ แต่เขียนไฟล์ใหม่ช้าและค้างบ่อย
  • ก๊อบไฟล์ภาพหรือวิดีโอเข้าจนใกล้เต็มแล้วไฟล์ก่อนหน้าเปิดไม่ได้
  • ขนาดที่โชว์ในระบบเป็นตัวเลข “สวย” เกินจริงสำหรับราคานั้น
  • ตัวเครื่องไม่พิมพ์รุ่นหรือ serial number หรือพิมพ์เบี้ยว พิมพ์เลือน

ที่สำคัญคือ อย่าเชื่อว่าของที่ใช้งานได้สองสามวันแรกคือของแท้ เพราะของปลอมออกแบบมาให้ใช้ได้ตอนแรกโดยเฉพาะ ต้องทดสอบด้วยการเขียนไฟล์จนเต็มความจุจริง ๆ ถึงจะรู้

วิธีเทสด้วย H2testw (เชื่อถือได้ที่สุดบน Windows)

H2testw เป็นโปรแกรมฟรีที่เขียนไฟล์ทดสอบลงไปจนเต็มความจุ แล้วอ่านกลับมาเทียบว่าไฟล์ตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันทุกไฟล์ถือว่าผ่าน ถ้ามีไฟล์มีปัญหาและความจุที่ใช้ได้จริงน้อยกว่าที่โฆษณา ก็ฟันธงว่าเป็นของปลอม

ขั้นตอนทำใน 6 สเต็ป

  1. แบ็กอัปข้อมูลทั้งหมดในไดรฟ์ออกมาก่อน เพราะการทดสอบต้องฟอร์แมตไดรฟ์และไฟล์ทั้งหมดจะถูกเขียนทับ
  2. ดาวน์โหลด H2testw จากเว็บผู้พัฒนา แล้วเปิดโปรแกรม
  3. เลือกไดรฟ์เป้าหมายให้ถูกต้อง ระวังอย่าไปเลือกไดรฟ์ที่มีข้อมูลสำคัญ
  4. กด Write + Verify เพื่อให้โปรแกรมเขียนไฟล์ทดสอบจนเต็มความจุ แล้วอ่านกลับมาตรวจ
  5. รอให้จบ ขนาด 32GB อาจใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที ส่วน 128GB ขึ้นไปอาจนานเป็นชั่วโมง ความเร็วจริงของไดรฟ์มีผลมาก
  6. อ่านผลลัพธ์ ถ้าขึ้น “no errors” และความจุที่ใช้ได้ตรงกับที่โฆษณา = ผ่าน ถ้าขึ้นรายการไฟล์ที่เสียและบอกว่าความจุใช้ได้จริงเท่าไร = ปลอม

ผลลัพธ์ที่ดีจะแสดงความจุจริงที่เขียนได้ เช่น “Written 30.5 GByte, no errors” ส่วนของปลอมจะขึ้นว่ามีไฟล์ที่ตรวจสอบไม่ผ่านพร้อมระบุความจุที่ใช้ได้จริง เช่น 7.4GB จากที่โฆษณา 128GB ให้ดูตัวเลขนี้เป็นหลัก

ทางเลือกอื่น: F3, FakeFlashTest และการทดสอบบน Mac/Linux

ถ้าใช้ Mac หรือ Linux แนะนำโปรแกรม F3 (Fight Flash Fraud) ซึ่งหลักการเดียวกับ H2testw คือเขียนไฟล์ทดสอบจนเต็มแล้วตรวจสอบย้อนกลับ ใช้ง่ายผ่านคำสั่ง f3write แล้วต่อด้วย f3read หรือจะใช้ h2testw ผ่านโปรแกรมจำลองก็ได้ บนมือถือ Android บางรุ่นสามารถโหลดแอปตรวจความจุจาก Play Store ได้ แต่ต้องดูรีวิวและสิทธิ์การเข้าถึงให้ดี เพราะแอปก็อาจไม่น่าเชื่อถือได้เช่นกัน

อีกวิธีที่ไว้ใช้เช็กเร็ว ๆ ในมือถือคือ ก๊อบไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่หรือไฟล์ ZIP ลงไปหลายไฟล์จนเกือบเต็มความจุ แล้วลองเล่นวิดีโอหรือเปิด ZIP ที่อยู่ท้าย ๆ ดู ถ้าไฟล์ท้ายเปิดไม่ได้หรือภาพแตกเป็นแถบ ก็เป็นสัญญาณว่าความจุมีปัญหา แต่วิธีนี้ไม่แม่นเท่าโปรแกรมโดยตรง

ตารางวิธีเทียบโปรแกรมตรวจแฟลชปลอม

โปรแกรมระบบที่ใช้จุดเด่น
H2testwWindowsใช้ง่าย ตรวจได้ละเอียด บอกความจุจริงชัดเจน
F3 (Fight Flash Fraud)Mac / Linuxทำงานผ่านคำสั่ง เหมาะกับคนที่ถนัดเทอร์มินัล
FakeFlashTestWindowsตรวจเร็ว เหมาะกับการเช็กคร่าว ๆ ก่อน
แอปบน AndroidAndroidสะดวกบนมือถือ แต่ต้องเลือกแอปให้ดี

วิธีลดความเสี่ยงตอนซื้อ

  • ซื้อจากร้านหรือเพจที่มีชื่อและมีประวัติยาวนาน ดีกว่าซื้อจากร้านที่เพิ่งเปิดและราคาต่ำผิดปกติ
  • เลือกยี่ห้อหลักที่มีชื่อเสียงและตรวจรุ่นบนเว็บผู้ผลิตได้
  • ขอให้ผู้ขายทดสอบก่อนซื้อ หรือซื้อมาแล้วเทสทันทีในวันรับของ เพื่อให้ทันขอคืนได้ในกรอบเวลาที่กำหนด
  • เก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการโอนไว้ เพราะถ้าเจอของปลอมจะได้เคลมหรือร้องเรียนได้
  • ถ้าซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้อ่านรีวิวที่ติงเรื่องความเสียหายของไฟล์ แล้วเลือกผู้ขายที่คะแนนสูงจริง

สำหรับคนที่ซื้อของอิเล็กทรอนิกส์บ่อย ๆ การเก็บข้อมูลให้ปลอดภัยควบคู่กันไปก็สำคัญ ควรมีสำเนาข้อมูลในที่อื่นด้วย ไม่เก็บไฟล์สำคัญไว้ในที่เดียว เดี๋ยวเรามีบทความวิธีดูแลของใช้ไส้เครื่องและของอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ให้อ่านต่อในหมวด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อแฟลชไดรฟ์มาแล้ว 128GB แต่ใช้ได้จริง 8GB ถือว่าปลอมไหม

ใช่ นี่คือลักษณะของของปลอมชัดเจน เครื่องที่แท้จริงต้องเก็บได้ใกล้เคียงความจุที่ระบุ โดยที่หักพื้นที่ของระบบไปบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเขียนได้แค่หนึ่งในสิบส่วน แปลว่าโดนแก้เฟิร์มแวร์

เทสด้วย H2testw ใช้เวลานานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับขนาดและความเร็วเขียนจริง 32GB ใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที ส่วน 128GB ขึ้นไปอาจนานเป็นชั่วโมงหรือมากกว่า ควรเสียบเครื่องเสียบตรงไม่ผ่านฮับ USB เพื่อให้ได้ความเร็วเต็ม

มีวิธีเทสเร็ว ๆ ในมือถือไหม

ก๊อบไฟล์วิดีโอหรือ ZIP ขนาดใหญ่หลาย ๆ ไฟล์จนเกือบเต็มความจุ แล้วลองเปิดไฟล์ท้าย ๆ ดู ถ้าเปิดไม่ได้หรือภาพแตกให้สงสัยไว้ก่อน แต่วิธีที่แม่นที่สุดคือใช้โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์

ของแท้ที่ความจุเต็มจะเสียไฟล์ได้ไหม

ได้ แต่เกิดจากความเสื่อมของชิปหรือความเสียหายทั่วไป ไม่ใช่จากการเขียนเกินพิกัดแบบของปลอม ถ้าไฟล์ในของแท้หายบ่อยให้ลองฟอร์แมตใหม่หรือเปลี่ยนไดรฟ์ เพราะอาจเริ่มเสื่อม

โดนหลอกแล้วทำอย่างไรต่อ

เก็บหลักฐานการซื้อ เช่นใบเสร็จ ภาพหน้าจอผลการเทส และแชตกับผู้ขายไว้ แล้วแจ้งขอคืนของหรือร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มที่ซื้อมา ถ้าซื้อจากร้านในงานหรือแผงลอยจะเคลมยากกว่า จึงควรเทสให้เร็วที่สุดหลังซื้อ

สรุป

แฟลชไดรฟ์และการ์ดความจุปลอมหลอกเราได้เพราะมันทำงานได้ปกติในช่วงแรก วิธีที่แน่นอนที่สุดคือเทสด้วย H2testw หรือ F3 ให้เขียนไฟล์จนเต็มความจุแล้วตรวจย้อนกลับ ถ้าผ่านแสดงว่าของแท้ ถ้าความจุใช้ได้จริงน้อยกว่าที่โฆษณาให้ถือเป็นของปลอมทันที และทางที่ดีที่สุดคือซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ พร้อมเทสทันทีในวันรับของ เพื่อให้ทันขอคืนก่อนสายเกินไป

ของดีพลัส
เรายินดีฟังความคิดเห็นของคุณ

แสดงความคิดเห็น

ของดีพลัส
Logo
รายการเปรียบเทียบ
  • Total (0)
เปรียบเทียบ
0