วิธีเลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์ เบอร์ไหน ชนิดไหน เหมาะกับรถเรา

วิธีเลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์ เบอร์ไหน ชนิดไหน เหมาะกับรถเรา

คะแนนสินค้า0
คะแนนสินค้า0

เคยไหมครับ ถึงระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทีไร ต้องมานั่งเกาหัวหน้าป้ายที่ร้าน ว่าจะเอา 5W-30 หรือ 0W-20 ดี แล้วพนักงานก็ถามต่ออีกว่า เอาแบบสังเคราะห์เต็มตัวไหมพี่ ราคาต่างกันเกือบเท่าตัว บางคนก็เลือกตามที่ช่างแนะนำ บางคนก็เลือกตามที่ปั๊มติดป้ายขาย ทั้งที่จริงแล้วน้ำมันเครื่อง 1 ถังที่ใส่ผิดสเปก อาจเสียเงินแพงฟรี และในระยะยาวยังส่งผลกับอัตราสิ้นเปลืองและอายุเครื่องยนต์ได้ ผมเคยใช้ผิดเบอร์ครั้งหนึ่งตอนที่เพิ่งออกรถคันแรก เพราะคิดว่าน้ำมันยิ่งหนายิ่งดี พอขับในเมืองไปสักพักรู้เลยว่าเครื่องหนืดและอัตราสิ้นเปลืองแย่ลง บทความนี้เลยรวบรวมวิธีอ่านเบอร์น้ำมัน ชนิดของน้ำมัน และวิธีเลือกให้ตรงกับรถของคุณแบบที่พนักงานอาจไม่ได้อธิบายให้ครบ

น้ำมันเครื่องรถยนต์ทำหน้าที่อะไรบ้าง

หลายคนเข้าใจว่าน้ำมันเครื่องทำหน้าที่แค่หล่อลื่นเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วมันทำงานอยู่พร้อมกันอย่างน้อย 5 อย่าง ถ้าเข้าใจตรงนี้ก่อน จะเลือกน้ำมันได้ง่ายขึ้นมาก

  • หล่อลื่นชิ้นส่วนที่เสียดสีกัน เช่น ลูกสูบและกระบอกสูบ ลดการสึกหรอโดยเฉพาะตอนสตาร์ทรถครั้งแรกที่น้ำมันยังไม่ขึ้นไปถึง
  • ระบายความร้อน น้ำมันเครื่องช่วยพาความร้อนจากชิ้นส่วนในเครื่องออกไป ถ้าไม่มีน้ำมัน เครื่องจะร้อนจัดและสึกเร็ว
  • ทำความสะอาดน้ำมันจะจับเศษเขม่าและคราบสกปรก ลอยออกมาถูกกรองที่กรองน้ำมัน ไม่ให้ไปอุดตันช่องทางเดินน้ำมัน
  • ป้องกันสนิมและกัดกร่อน สารเติมแต่งในน้ำมันช่วยเคลือบผิวโลหะภายในเครื่องไม่ให้เกิดสนิม
  • ช่วยซีลและลดเสียง เคลือบช่องว่างระหว่างแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบให้แน่นขึ้น เครื่องเดินเรียบ เสียงไม่ดัง

อ่านความหมายของเบอร์น้ำมันเครื่อง (SAE) ให้ออก

เบอร์อย่าง 5W-30 หรือ 10W-40 เรียกว่าความหนืดตามมาตรฐาน SAE (Society of Automotive Engineers) อ่านง่าย ๆ แค่แยกเป็นสองตัว ตัวหน้าและตัวหลัง

ตัวเลขหน้า W คือการไหลตัวที่อุณหภูมิต่ำ

ตัวหน้า W ย่อมาจาก Winter คืออุณหภูมิตอนเย็นจัด ตอนสตาร์ทรถเช้า ยิ่งตัวเลขน้อยยิ่งไหลตัวง่าย 0W จะไหลคล่องกว่า 5W และ 5W จะไหลคล่องกว่า 10W ถ้าใช้รถในที่อากาศไม่หนาวนัก เลขหน้านี้ยังไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ถ้าจอดรถในที่เย็นหรือต่างจังหวัดบนดอยช่วงหน้าหนาว ตัวเลขหน้านี้จะมีผลกับความง่ายในการสตาร์ท

ตัวเลขหลังคือความหนืดที่อุณหภูมิใช้งานจริง

ตัวเลขหลังคือความหนืดของน้ำมันตอนที่เครื่องร้อนได้ที่ อุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส ยิ่งตัวเลขมากยิ่งหนา ตัวอย่างเช่น 20 หนากว่า 30 น้อยกว่า 40 น้อยกว่า 50 นี่คือตัวเลขที่คนส่วนใหญ่สับสนมากที่สุด และเป็นตัวที่ต้องเลือกให้ตรงกับคู่มือรถมากที่สุด

เปรียบเทียบเบอร์ที่พบบ่อย

เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูตัวอย่างเบอร์ที่เจอบ่อย ๆ ตามปั๊มและร้านอะไหล่

เบอร์น้ำมันความหนาที่เครื่องร้อนเหมาะกับใคร
0W-20บางมากรถใหม่ เครื่องยนต์เล็กที่ออกแบบมาเพื่อน้ำมันบาง ช่วยประหยัดน้ำมัน
5W-30กลาง-ค่อนบางรถใหม่ถึงรถกลางเก่ากลางใหม่ เบอร์ยอดนิยมสำหรับรถในไทยส่วนใหญ่
5W-40กลาง-หนารถที่ขับใช้งานหนัก ทางไกล หรือเครื่องที่เริ่มมีอายุ
10W-40หนารถรุ่นเก่า เครื่องที่ผ่านการใช้งานมานาน
15W-40หนามากรถเก่ามากหรือรถกระบะดีเซลรุ่นเก่า ตามที่คู่มือระบุ

ชนิดของน้ำมันเครื่อง แร่ สังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์

นอกจากเบอร์ความหนืดแล้ว ยังมีเรื่องชนิดของน้ำมันที่คนมักมองข้าม จริง ๆ มันคือหัวใจของราคาและอายุการใช้งาน

น้ำมันเครื่องแท้ (น้ำมันแร่, Mineral)

สกัดจากน้ำมันดิบโดยตรง ผ่านการกลั่นและเติมสารเติมแต่ง ราคาถูกที่สุด แต่เสื่อมสภาพเร็วและทนความร้อนได้จำกัด ส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร เหมาะกับรถเก่าหรือรถที่ใช้งานไม่มาก

กึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)

ผสมระหว่างน้ำมันแร่กับน้ำมันสังเคราะห์ ทนทานขึ้น เปลี่ยนได้ประมาณ 7,500-10,000 กิโลเมตร ราคากลาง ๆ เป็นตัวเลือกที่คุ้มสำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายแพงแต่ก็อยากได้อะไรที่ทนกว่าเดิม

สังเคราะห์เต็มรูปแบบ (Fully Synthetic)

ผ่านกระบวนการทางเคมีให้โมเลกุลสม่ำเสมอ ทนความร้อนสูง ไหลตัวดี เสื่อมช้า เปลี่ยนได้ราว 10,000-15,000 กิโลเมตร แม้ราคาสูงกว่า แต่หารเฉลี่ยต่อกิโลเมตรแล้วอาจไม่แพงอย่างที่คิด และยังช่วยให้เครื่องสะอาดขึ้นด้วย

อย่าลืมดูมาตรฐาน API และ ACEA

บนฉลากน้ำมันเครื่องมักมีรหัสอย่าง API SP, SN หรือ ACEA C3, A3/B4 อีก นี่คือมาตรฐานที่บอกว่าผ่านการทดสอบสมรรถนะด้านไหนมาบ้าง รถเบนซินของญี่ปุ่นรุ่นใหม่มักต้องการน้ำมันที่ผ่านมาตรฐาน API SP ขึ้นไปหรือ ILSAC GF-6 ส่วนรถดีเซลมักมีมาตรฐานเฉพาะของตัวเอง จุดที่ต้องระวังคือ ห้ามเอาน้ำมันที่ไม่ได้มาตรฐานสำหรับรถดีเซลมีตัวกรอง DPF ไปใส่ เพราะอาจทำให้ตัวกรองตันและซ่อมแพงได้

ถ้าไม่แน่ใจเรื่องมาตรฐาน สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคืออ่านคู่มือรถหรือดูกระจกหน้ารถ บางรุ่นมีสติกเกอร์สเปกน้ำมันติดไว้ที่เสา A ด้านคนขับหรือใต้ฝากระโปรง

วิธีเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับรถตัวเอง 4 ขั้นตอน

  1. อ่านคู่มือรถก่อนเสมอ คู่มือจะระบุเบอร์ที่แนะนำและบางทีระบุหลายเบอร์ให้เลือกตามสภาพอากาศ ให้ยึดคู่มือเป็นหลักและอย่าเชื่อป้ายโฆษณามากกว่าคู่มือ
  2. ดูจากอายุและสภาพรถ ถ้าเครื่องใหม่และยังอยู่ในประกัน ควรใช้ตามที่ศูนย์กำหนด ถ้าเครื่องเริ่มเก่าและมีอาการกินน้ำมันเครื่อง สังเกตคราบหรือควัน อาจขยับไปใช้เบอร์ที่หนาขึ้นเล็กน้อย
  3. พิจารณาลักษณะการขับ หากขับในเมืองรถติดบ่อย เครื่องมีรอบเดินเบาสูงและร้อนบ่อย อาจเลือกน้ำมันสังเคราะห์ที่ทนความร้อนดีกว่า แต่ถ้าขับทางไกลเป็นหลักก็ยังต้องทนอุณหภูมิเช่นกัน
  4. จับคู่ชนิดกับเบอร์ให้ถูก น้ำมัน 5W-40 สังเคราะห์ กับ 5W-40 กึ่งสังเคราะห์ ไม่เหมือนกันเรื่องความทน แม้เบอร์เท่ากัน ควรเลือกตามงบและความถี่ในการเปลี่ยนน้ำมัน

นอกจากเรื่องน้ำมันเครื่องแล้ว รถยังมีของใช้ที่ควรมีติดไว้อีกหลายอย่าง ทั้งน้ำยาฉีดกระจกสำหรับหน้าฝน น้ำยาล้างไฟหน้า ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดภายใน และน้ำยาดูแลยาง ใครที่อยากเลือกของใช้ในรถให้ครบ ดูของที่คัดมาในหมวด ยานยนต์ ของเราได้

คำถามที่พบบ่อย

น้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดีที่สุด

ไม่มีตัวไหนดีที่สุดแบบสากล เพราะแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกัน และรถแต่ละคันก็ต้องการสเปกต่างกัน เมื่อเลือกเบอร์และมาตรฐานถูกต้องตามคู่มือแล้ว ยี่ห้อที่เชื่อถือได้และได้มาตรฐานก็ใช้ได้ทั้งนั้น สิ่งที่ต่างจริง ๆ คือของปลอม เพราะฉะนั้นซื้อจากร้านหรือตัวแทนที่น่าเชื่อถือสำคัญกว่าชื่อยี่ห้อ

ใช้น้ำมันสังเคราะห์แล้วเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตรได้ไหม

ขึ้นอยู่กับคู่มือและสภาพการขับ รถที่ขับทางไกลต่อเนื่องส่วนใหญ่ทำได้ แต่รถที่รถติดบ่อยและวิ่งสั้น ๆ ในเมืองบ่อยครั้ง ระยะเปลี่ยนที่ดีควรสั้นกว่าที่โฆษณาไว้ เพราะสภาพการใช้งานแบบนั้นจัดเป็นระยะใช้งานหนัก ทางที่ดีคือเปลี่ยนตามคู่มือและปรับให้ถี่ขึ้นถ้าใช้งานหนัก

น้ำมันเครื่องหมดอายุไหม ถ้าถังเปิดค้างไว้

น้ำมันเครื่องที่ยังไม่เปิดและเก็บในที่แห้งจะอยู่ได้หลายปีตามที่ผู้ผลิตระบุ แต่ถ้าเปิดถังค้างไว้นานและโดนความชื้น สารเติมแต่งจะค่อย ๆ เสื่อมลง กลิ่นและสีเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ให้หมดและปิดฝาให้สนิท เก็บให้ห่างแสงแดดและความร้อน หากเปิดค้างเกินปีครึ่งควรใช้ให้หมดก่อนซื้อใหม่

เติมน้ำมันเครื่องต่างเบอร์กันได้ไหมถ้าน้ำมันขาดกลางทาง

ถ้าฉุกเฉินและมีไฟเตือนความดันน้ำมันขึ้น การเติมน้ำมันอะไรก็ตามที่พอมีเข้าระบบก่อนดีกว่าให้เครื่องเสียหายจากการขาดน้ำมัน แล้วค่อยไปเปลี่ยนถ่ายใหม่ให้ถูกสเปกทีหลัง แต่ถ้าเป็นแค่การเปลี่ยนน้ำมันตามระยะก็ไม่ควรผสมข้ามเบอร์หรือข้ามชนิดโดยไม่จำเป็น เพราะสูตรสารเติมแต่งต่างกันอาจแย่ลงได้

น้ำมันเครื่องดีเซลกับเบนซินใช้แทนกันได้ไหม

ไม่ควรใช้แทนกันโดยพลการ น้ำมันเครื่องดีเซลสูตรสำหรับเครื่องดีเซลมีสารเติมแต่งรับโหลดและเขม่าที่ต่างจากเบนซิน บางสูตรระบุว่าใช้ได้ทั้งสองแบบ (มักมีคำว่า diesel และ gasoline บนฉลาก) แต่ถ้าไม่ได้ระบุไว้ ควรเลือกให้ตรงชนิดเครื่องเพื่อความปลอดภัย

สรุป

การเลือกน้ำมันเครื่องไม่ใช่เรื่องยากถ้าจับหลักได้ 3 ข้อ คือ อ่านคู่มือรถเพื่อรู้เบอร์และมาตรฐานที่ถูกต้อง เลือกชนิดของน้ำมัน (แร่ กึ่งสังเคราะห์ สังเคราะห์) ให้ตรงกับงบและความถี่ในการเปลี่ยน แล้วเปลี่ยนตามระยะโดยไม่ปล่อยให้ยืดเกินไป อย่ายึดติดกับความเชื่อว่าน้ำมันยิ่งหนายิ่งดี เพราะรถรุ่นใหม่จำนวนมากถูกออกแบบมาให้น้ำมันบางไหลผ่านช่องทางแคบ ๆ ถ้าใส่หนาเกินไปจะเพิ่มแรงต้านและกินน้ำมันมากขึ้น สุดท้ายสิ่งที่คุ้มที่สุดคือซื้อน้ำมันแท้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ พร้อมกรองน้ำมันเครื่องคุณภาพดี เพราะการประหยัดค่าน้ำมันผิดไม่กี่ร้อย อาจนำไปสู่ค่าซ่อมเครื่องหลักหมื่นก็ได้

ของดีพลัส
เรายินดีฟังความคิดเห็นของคุณ

แสดงความคิดเห็น

ของดีพลัส
Logo
รายการเปรียบเทียบ
  • Total (0)
เปรียบเทียบ
0