ร้านค้าเฮ! รัฐเตรียมโอนเงิน “คนละครึ่งพลัส” เพิ่มอีก 2,000 บาท วันที่ 25 ธ.ค.นี้
สรุปใจความสำคัญของข่าว
ผู้ประกอบการรายย่อยเตรียมรับข่าวดีส่งท้ายปี เมื่อรัฐบาลเตรียมโอนเงินสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสเพิ่มอีก 2,000 บาท ให้ร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์ โดยจะโอนเข้าผ่านแอปฯ ถุงเงิน ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาทักษะร้านค้า (Upskill/Reskill) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากคนละครึ่งพลัส ได้ปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา
สินค้าขายดีที่เราคัดแล้ว
ดูรีวิวสินค้าขายดีที่คัดแล้วทั้งหมดได้ที่ รวมรีวิวสินค้าขายดี และ รวมสินค้า Shopee
ข่าวนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ร้านค้ารายย่อยให้ความสนใจ เพราะเป็นมาตรการช่วยเหลือที่เข้าถึงกลุ่มผู้ค้ารายเล็กโดยตรง ต่างจากมาตรการบางประเภทที่เน้นฝั่งผู้บริโภคเป็นหลัก การโอนเงินเข้าผ่านแอปฯ ถุงเงินทำให้ร้านค้าไม่ต้องยื่นเอกสารซับซ้อนเพิ่มเติม เพียงแค่ติดตามสถานะผ่านช่องทางที่ทางการกำหนดไว้
รายละเอียด (อ้างอิงจากประกาศ)
ช่วงเวลาที่ร้านค้าควรจับตามองมีอยู่สองช่วงหลักที่ระบุไว้ในประกาศ
- ประกาศผลร้านค้าที่ได้รับสิทธิ วันที่ 23 ธันวาคม ร้านค้าจะทราบผลผ่านการแจ้งเตือนในแอปฯ ถุงเงิน และข้อความ SMS จากกระทรวงการคลัง
- โอนเงินเข้าถุงเงิน วันที่ 25 ธันวาคม ร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุน สูงสุด 2,000 บาทต่อราย
นายสิริพงศ์ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น คนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นมาตรการที่ใช้งบประมาณไม่สูงมากเพราะใช้งบกลางเป็นหลัก ส่วนช่วงรอรัฐบาลใหม่ในอีก 2 ถึง 3 เดือนข้างหน้า จะเน้นการใช้งบประมาณปี 2569 และการเดินหน้าเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่ไม่ต้องใช้งบเพิ่มเติม
จุดที่ข้อมูลต้องอ่านให้ดี
- ร้านต้องผ่านเกณฑ์ของโครงการ Upskill/Reskill จึงจะมีสิทธิ์ ไม่ใช่ร้านค้าทุกแห่งที่ใช้ถุงเงิน
- การปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม หมายความว่ารอบนี้ไม่มีช่องให้สมัครเพิ่ม
- ยอดที่ได้รับเป็นจำนวนสูงสุด ไม่ได้แปลว่าทุกร้านจะได้เต็ม 2,000 บาทเท่ากันหมด
- ช่องทางแจ้งผลมีเพียงในแอปฯ ถุงเงินและ SMS จากกระทรวงการคลัง ควรระวังข้อความหลอกลวงจากช่องทางอื่น
ข้อควรรู้ก่อนรับสิทธิ์
ข้อสังเกตที่ควรระวังคือ ช่วงที่มีการโอนเงินช่วยเหลือแบบนี้มักมีมิจฉาชีพอาศัยจังหวะส่งข้อความปลอมอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่าน วิธีป้องกันคือยึดหลักว่าแอปฯ ถุงเงินและ SMS จากกระทรวงการคลังเท่านั้นที่แจ้งผลอย่างเป็นทางการ ไม่ต้องกดลิงก์แปลกปลอมและไม่ต้องโอนเงินใด ๆ เพื่อรับสิทธิ์ เพราะเงินช่วยเหลือไม่เคยเรียกเก็บค่าดำเนินการล่วงหน้า
อีกข้อคือแม้จะได้เงินสนับสนุนมา ร้านค้าก็ควรใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ใช้หมดไปกับของที่ไม่ได้ช่วยต่อยอดกิจการ เพราะเจตนาของโครงการคือการพัฒนาทักษะและยกระดับร้านค้าให้แข่งขันได้ในระยะยาว
เหมาะสำหรับใคร
- ร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์โครงการอยู่แล้ว
- ผู้ประกอบการที่ใช้แอปฯ ถุงเงินเป็นช่องทางหลักในการรับชำระเงิน
- เจ้าของร้านที่กำลังติดตามข่าวมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐเพื่อวางแผนล่วงหน้า
สิ่งที่ร้านค้าทำได้ระหว่างรอรับเงิน
ในช่วงระหว่างวันที่ทราบผลกับวันที่เงินเข้าจริง ร้านค้าสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้หลายอย่าง เพื่อให้เงินที่ได้มาถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ตรวจเช็คสถานะการสมัครและข้อมูลบัญชีในแอปฯ ถุงเงินให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เงินโอนไม่เข้าหรือตกค้าง
- วางแผนว่าจะนำเงินไปใช้ต่อยอดเรื่องใด เช่น การจัดของสต็อก การปรับปรุงร้าน หรือการฝึกทักษะการขายออนไลน์
- จัดระบบบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านให้เป็นระเบียบ เพื่อให้เห็นว่านวัตกรรมหรือการลงทุนใดได้ผลจริง
- ติดตามข่าวประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพราะมาตรการบางอย่างอาจมีรอบหรือเงื่อนไขเพิ่มเติมตามมา
การเตรียมตัวแบบนี้ช่วยให้ร้านค้าไม่เสียโอกาส และยังป้องกันปัญหาที่มักเกิดเวลามีเงินช่วยเหลือเข้ามากะทันหัน นั่นคือการนำเงินไปใช้จ่ายแบบไม่มีทิศทางจนไม่เหลืออะไรกลับมาเป็นทุนของกิจการ
คำถามที่พบบ่อย
ร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้สมัครยังทันไหม
รอบนี้ปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม จึงไม่มีช่องให้สมัครเพิ่มในรอบนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศรอบใหม่จากช่องทางราชการต่อไป
เงินจะโอนเข้าเมื่อไหร่และทางไหน
ตามประกาศจะโอนเข้าผ่านแอปฯ ถุงเงินในวันที่ 25 ธันวาคม โดยร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 2,000 บาทต่อราย
รู้ผลว่าได้รับสิทธิ์ได้จากช่องทางใด
ทราบผลได้จากการแจ้งเตือนในแอปฯ ถุงเงิน และข้อความ SMS จากกระทรวงการคลังเท่านั้น อย่าเชื่อถือข้อความจากช่องทางอื่นที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่
สรุป
ข่าวนี้เป็นเรื่องดีของร้านค้ารายย่อยที่ผ่านเกณฑ์ เพราะจะได้เงินสนับสนุนเพิ่มสูงสุด 2,000 บาท ผ่านแอปฯ ถุงเงินในวันที่ 25 ธันวาคม หลังทราบผลในวันที่ 23 ธันวาคม สิ่งสำคัญคือติดตามข่าวจากช่องทางราชการเท่านั้น และระวังข้อความหลอกลวงที่อาศัยจังหวะนี้ในการหลอกเอาเงินหรือข้อมูล
